Jun 25

ขณะที่โฆษกสภาผู้พิทักษ์แถลง ผ่านสถานีโทรทัศน์ว่า การเลือกตั้ง ปธน.ทางสภาผู้พิทักษ์เป็นพยานได้ว่าไม่มีการโกงหรือการกระทำความผิดจึงไม่มี ความจำเป็นให้การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นโมฆะ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 23 มิ.ย. อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่าน ยอมตอบรับตามคำร้องของสภาผู้พิทักษ์ที่ขอขยายเวลาการตรวจสอบคำร้องขอทุจริต การเลือกตั้งอิหร่านไปอีก 5 วันจนถึง 1 ก.ค. เพื่อขจัดข้อสงสัยให้หมดไป ทั้งนี้ อับบาซาลี คัดโคได โฆษกสภาผู้พิทักษ์ แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์ภาษาอังกฤษว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่านที่ผ่านมานั้น ทางสภาผู้พิทักษ์เป็นพยานได้ว่าไม่มีการโกงเลือกตั้งหรือการกระทำความผิดการ เลือกตั้งแต่อย่างใด ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นให้การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นโมฆะ ขณะที่ นายมีร์ ฮอสเซน มูซาวี แกนนำกลุ่มผู้ประท้วง ที่แพ้การเลือกตั้งเผยผ่านเว็บไซต์ของตัวเองว่า เตรียมเอกสารรายงานการฉ้อโกงและขัดต่อหลักการเลือกตั้งฉบับสมบูรณ์ในไม่ช้า นี้

วันเดียวกัน ประธานาธิบดี บารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ วิจารณ์อิหร่านด้วยท่าทีขึงขัง โดยระบุว่าทางรัฐบาลเคารพในอำนาจอธิปไตยของอิหร่าน ไม่เคยคิดจะไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการภายในแต่อย่างใด แต่ก็ไม่เห็นด้วยที่รัฐใช้กำลังกับประชาชน ทั้งนี้ ตนขอชื่นชมศักดิ์ศรีและความกล้าหาญของผู้ประท้วง นอกจากนี้ ทางทำเนียบขาวก็นำวิดีโอความยาว 3 นาที 24 วินาทีที่โอบามาขึ้นกล่าวถึงสถานการณ์ในอิหร่านลงในเว็บไซต์ของทำเนียบขาว พร้อมแปลเป็นภาษาฟาร์ซี หรือภาษาเปอร์เซียที่ใช้พูดกันในอิหร่านด้วย

ส่วนสถานการณ์รุนแรงภายในกรุงเตหะรานกลับสู่ความสงบอีกครั้ง หลังกลุ่มผู้ประท้วงประกาศยุติการชุมนุมชั่วคราวเพื่อไว้อาลัยแก่ผู้ที่เสีย ชีวิตและบาดเจ็บจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่รักษาความสงบของรัฐบาล

Jun 18

ตำรวจนำ ‘น้องนัท’ กะเทยที่อยากเข้าคุกไปฝากขังผลัดแรก 12 วัน ที่เรือนจำกลางชลบุรี หลังวานนี้เดินถือกัญชาเข้ามอบตัว เพราะหวังอยากเจอหน้าแฟนในเรือนจำ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (16 มิ.ย.) พ.ต.อ.นภดล วงษ์น้อม ผกก.สภ.เมืองชลบุรี พร้อมพนักงานสอบสวน เบิกตัว นายอณัฐสนันท์ (น้องนัท) วะลัยใจ กะเทยที่มีกัญชาแล้วเข้ามอบตัว เพื่อต้องการจะได้เข้าไปเรือนจำกลางชลบุรี เพื่อพบกับผู้ต้องขังชายแฟนหนุ่ม ออกจากห้องขังเพื่อส่งไปขออำนาจศาลฝากขัง ระหว่างการสอบสวน และรอพิสูจน์หลักฐาน โดยน้องนัท เดินออกจากห้องขัง โดยใส่เสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีบานเย็น กางเกงขาสั้นสีฟ้า สีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา ระหว่างอยู่หน้าห้องขัง

พ.ต.อ.นภดล ถามน้องนัทว่า เป็นไงบ้าง น้องนัท ตอบว่า ตื่นเต้นดีใจที่จะได้พบหน้าแฟน จนนอนไม่หลับ และการเข้าไปพบแฟนในครั้งนี้ถือเป็นการทำเซอร์ไพร์ซให้กิ๊กหนุ่มด้วย เพราะกิ๊กหนุ่มไม่รู้มาก่อนว่าตนจะเข้าไปพบอีก

พ.ต.อ.นภดล ถามว่า ไม่กลัวว่าเมื่อได้เข้าไปสมใจนึกแล้ว จะได้เจอหรือไม่ได้เจอแฟนหนุ่ม น้องนัท ตอบว่า ไม่กลัวเพราะต้องได้เจอกิ๊กหนุ่มแน่นอน เพราะได้วางแผนไว้แล้ว น้องนัท กล่าวด้วยความมั่นใจพร้อมกับพูดว่า เชื่อว่า กิ๊กหนุ่ม จะต้องดีใจมากที่ได้พบกับตนด้วย หลังจากถูกนำตัวเดินไปขึ้นรถผู้ต้องหา เป็นรถกระบะล้อมแผงเหล็กของ สภ.เมืองชลบุรี น้องนัท ยังได้พูดจาหยอกล้อกับนักข่าวและตำรวจที่อยู่ใกล้ๆ รถพร้อมกับโชว์ความดีใจด้วยการชู 2 นิ้วให้นักข่าวถ่ายรูปด้วย ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะออกรถนำตัวส่งไปศาล จ.ชลบุรี

ต่อมาเวลา 15.00 น. หลังจากศาลพิจารณาคำร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวนแล้วได้อนุญาตให้ฝากขัง น้องนัท ได้จำนวน 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 16-27 มิ.ย. 2552 เป็นการฝากขังผลัดแรกของพนักงานสอบสวน น้องนัท ก็ถูกนำตัวส่งเข้าควบคุมตัวที่เรือนจำกลางชลบุรีสมความตั้งใจ

พ.ต.อ.นภดล เปิดเผยว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนคุมตัวน้องนัทฝากขังต่อศาลจังหวัดชลบุรี ข้อหามียาเสพติดประเภทที่ 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ช่วงนี้พนักงานสอบสวนได้ส่งของกลางในคดีไปตรวจพิสูจน์ เพื่อยืนยันว่าเป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 (กัญชา) หรือไม่ และต้องรอผลพิสูจน์อีกครั้ง คาดว่าน่าจะประมาณ 1 เดือนโดยประมาณ จะสรุปสำนวนการสอบสวนมีความเห็นส่งไปยังพนักงานอัยการจังหวัดชลบุรีได้

พ.ต.อ.นภดล กล่าวอีกว่า เมื่อศาลอนุญาตให้ฝากขังได้ ตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอ และได้เข้าไปอยู่ในเรือนจำตามที่ น้องนัท ต้องการแล้ว น้องนัท คงได้สมหวังตามที่คิด แต่ส่วนตัวไม่เห็นด้วยและไม่ต้องการจะดำเนินคดี แต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะผู้ต้องหามีหลักฐานคือของกลาง แต่อยากให้ดูในเรื่องของกฎหมาย เพราะไม่ต้องการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ไม่จงใจจะกระทำความผิดแบบนี้ หวังต่อไปวันข้างหน้า ไม่อยากให้เกิดคดีแปลกๆ แบบนี้เกิดขึ้นอีก

Jun 9

ก๊วนกามเทพ โดย…”วัตตรา”

http://www.toroong.com/wp-content/uploads/2009/05/f7e29097a660171315ada549fa2cfdc3-300x262.jpg

ละครชีวิตเรื่องราวความรักที่ไม่ลงตัวระหว่างสาวหัวนอกเปรี้ยวจี๊ดกับชายหนุ่มผู้เคร่งครัดในการดำเนินชีวิต
ดวงดาว พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อผลักดัน เกษรา บุตรสาวคนเดียวของตนให้เป็นสะใภ้ของ ตระกูลอภิบูรณา หลังจากที่ตัวเองเคยพลาดหวังมาแล้วในอดีต ปฏิบัติการเปลี่ยนแปลงเกษราสาวฝรั่งจ๋าที่เพิ่งกลับจากเมืองนอกให้เป็น กุลสตรีไทยที่เพียบพร้อมก็เริ่มขึ้น โดยมีอดีตครูมืออาชีพ เพลินตา สมพร และ นวลน้อย คอยช่วยเหลือ
ในที่สุดหญิงสาวก็สามารถฝ่าฟันอุปสรรคเข้าไปเป็นสะใภ้แห่งอภิบูรณาได้ โดยแต่งงานกับ วาทิต ชายหนุ่มที่ดำเนินชีวิตอยู่ในกรอบอย่างเคร่งครัด ท่ามกลางความไม่พอใจของ เรือนทอง ผู้เป็นยายของเกษรา และ ไพลิน ผู้เป็นย่าของวาทิต รวมถึงตัววาทิตเองที่ยอมแต่งงานกับเกษราเพียงเพื่อพยุงฐานะของอภิบูรณาไว้ เกษราจึงเป็นเพียงสะใภ้แต่ในนามโดยที่เธอไม่ได้เกี่ยวข้องกับวาทิตฉันท์สามี ภรรยาทั่วไป
ด้วยอุปนิสัยที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงของเกษราและวาทิต ทำให้ทั้งคู่มีเรื่องขัดแย้งกันอยู่บ่อยครั้งแต่ความใกล้ชิดก็ทำให้คนทั้ง สองเริ่มเห็นคุณค่าของกันและกันจนก่อเกิดเป็นความรัก
ความรักของคนทั้งคู่น่าจะจบลงด้วยดี หาก โรเจอร์ แฟนเก่าของเกษราไม่กลับมาหา ทำให้วาทิตหึงหวงปลุกปล้ำหญิงสาว ความสัมพันธ์ที่ดีของคนทั้งคู่จึงมีอันขาดสะบั้นลง
เรื่องราวความรักของคนทั้งคู่จะลงเอยอย่างไร เขาทั้งสองจะประสานรอยร้าวที่เกิดขึ้นได้หรือไม่ ติดตามได้ใน “ก๊วนกามเทพ”

บทประพันธ์ วัตตรา
บทละครโทรทัศน์ ปณธี – ภควดี
กำกับการแสดง วีระชัย รุ่งเรือง
ผลิตโดย บริษัท ดวงมาลีมณีจันทร์ จำกัด
ผู้จัด จันทร์จิรา จูแจ้ง
ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 19.15 น.
ทางช่อง 3 ต่อ เทพบุตรชุดวิน
ถึงแม้ ดวงดาว บุตรสาวคนโตจาก ตระกูลทรัพย์สถิตย์ จะเคยพลาดหวังจากการเป็นสะใภ้แห่ง อภิบูรณา มาแล้วครั้งหนึ่ง หลังจากที่ ไพลิน แม่ของ รองเมือง ไม่ยอมมาสู่ขอเธอให้กับรองเมืองบุตรชาย แต่กลับไปรับ วารี ลูกผู้ดีเก่า มาเป็นสะใภ้แทน แต่ดวงดาวก็ยังคงรักษาคำมั่นสัญญาที่ ก้องไกร ผู้เป็นสามีเคยบอกยก เกษรา บุตรสาวเพียงคนเดียวให้ไปเป็นสะใภ้แห่งอภิบูรณาตกแต่งกับ วาทิต ลูกชายของรองเมืองและวารีให้ได้ ถึงแม้คุณ เรือนทอง ผู้เป็นยาย ดวงเดือน และ ดวงแก้ว ผู้เป็นน้าของเกษราจะไม่เห็นด้วยกับความเห็นของดวงดาวก็ตาม เพราะยังเจ็บแค้นใจไม่หาย ถึงแม้เวลาจะล่วงเลยมานานแล้วก็ตาม แต่ดวงดาวก็ยังคงยืนยันที่จะให้เกษราพิสูจน์ถึงคุณค่าของหญิงสาวแห่งตระกูล ทรัพย์สถิตย์ให้ได้ ทั้งยังเป็นการรักษาคำมั่นของผู้เป็นสามีอีกด้วย
เรือนทองรู้สึกผิดไม่น้อย ที่ส่งเกษราไปเรียนต่อที่เมืองนอกเสียนาน เพื่อเป็นการถ่วงเวลาไม่อยากให้เกษราแต่งงานกับวาทิต เพราะหลังจากที่เกษราเดินทางกลับมาจากฝรั่งเศส เกษราก็กลายเป็นสาวฝรั่งจ๋า เปรี้ยวจี๊ด ชนิดที่ไม่เหลือความเป็นกุลสตรีไทยเอาไว้เลย ดวงดาวจึงเริ่มปฏิบัติการขั้นแรก ด้วยการหาครูมาอบรมขัดเกลากิริยา
มารยาทของเกษราเสียใหม่ โดยมี เพ็ญแข อดีตครูใหญ่ที่ผันตัวเองมาเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินของคุณเรือนทอง หลังจากที่โรงเรียนได้ถูกปิดลง รับอาสาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการทำหน้าที่นี้เอง เพ็ญแขพยายามส่งครูฝีมือดีมาอบรมเกษราแล้วหลายคนด้วยกัน แต่ทุกคนก็ต้องถอยร่นกลับไป ด้วยเพราะทนฤทธิ์เดชของเกษราไม่ไหว สุดท้ายเพ็ญแขจึงต้องดั้นด้นไปตามหาบรรดาครูเพื่อนเก่า ซึ่งแต่ละคนก็มีฝีไม้ลายมือระดับเจ้าของรางวัลกันทั้งนั้น แล้วเธอก็ได้พบกับครู เพลินตา เป็นคนแรก ซึ่งในอดีตเพลินตาเคยพานักเรียนไปกวาดรางวัลการประกวดปรุงและตกแต่งอาหาร ระดับประเทศมาหลายรางวัล แต่ปัจจุบันสาวใหญ่ก็กลายเป็นแม่ค้าขายอาหารตามสั่งอยู่ในตลาดโดยมี สายไหม น้องสาวเป็นผู้ช่วยไปเสียแล้ว ครู สมพร ซึ่งเป็นครูสอนวัฒนธรรมไทย และมารยาทที่เคยพาเด็ก ๆ ไปกวาดรางวัลการประกวดมารยาทดีเด่นมาแล้วก็กลายเป็นเจ้าของ ค่ายมวยสมพรยิม สืบทอดกิจการครอบครัวหลังจากที่พ่อของเธอเสียชีวิตลง ส่วนครู นวลน้อย อดีตครูสอนนาฏศิลป์ก็กลายเป็นครูสอนหางเครื่องรำซิ่งโชว์ตามคาเฟ่ให้กับ โชค ผู้เป็นหลานชาย เพ็ญแขเริ่มหมดหวังจากเพื่อน ๆ ทั้งสามของเธอ เพราะนอกจากทุกคนจะไม่เหลือคราบความเป็นครูคนเก่าอีกแล้ว แต่ละคนก็แทบจะไม่อยากกลับไปเป็นครูเหมือนดังเดิมอีก มีเพียงค่าตอบแทนที่เพ็ญแขนั้นเสนอเอาไว้ชนิดที่เรียกว่าสูงลิบ เพื่อจูงใจเพื่อน ๆ ให้กลับมาทำงานในหน้าที่เหมือนเดิมเท่านั้นที่ทิ้งไว้ให้ทุกคนคิด แล้วเพ็ญแขก็เดินทางกลับมากรุงเทพฯ ด้วยความหวังที่เลือนราง
รองเมืองตั้งใจที่จะให้วาทิตแต่งงานกับเกษราเหมือนเดิม เพราะนอกจากจะเป็นการรักษาสัญญากับเพื่อนเก่าอย่างก้องไกรแล้ว เขายังสำนึกในบุญคุณในครั้งที่ก้องไกรยังมีชีวิตอยู่ และได้เกื้อกูลช่วยเหลือเขาเรื่องเงินทองจนสามารถมีฐานะอยู่ได้ดีจนถึงทุก วันนี้ เมื่อรองเมืองรู้ข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ว่าเกษราได้เดินทางกลับมาจากต่าง ประเทศแล้ว เขาจึงไม่รอช้ารีบเชิญเกษรามาทานข้าวที่อภิบูรณาทันทีเพื่อเป็นการดูตัวและ ผูกสัมพันธ์ของคนทั้งสองตระกูลเข้าด้วยกัน แต่ทุกอย่างก็กลับดูเหมือนจะไม่เป็นใจเพราะทั้งไพลินประมุขแห่งอภิบูรณา ซึ่งเป็นผู้ดูแลอภิบูรณาอยู่ขณะนี้ และ รำไพ ผู้เป็นป้าหัวโบราณที่ประชดไพลินด้วยการไม่ทำอะไร นอกจากใช้สมบัติเก่าไปวัน ๆ เพราะไพลินบังคับให้เธอแต่งงานกับคนลวงโลกพ่อของ รุ่งทิวา จนชีวิตครอบครัวของเธอต้องพังทลายลง รพีพรรณ ผู้เป็นอาของวาทิต ซึ่งชอบเข้าสังคมและพูดคุยแต่เรื่องนินทาว่าร้ายชาวบ้านตลอดเวลา ทำตัวไร้สาระไปวัน ๆ ก็แสดงท่าทีไม่ชอบใจเกษราตั้งแต่แรกเห็น ที่สำคัญเธอไม่อยากให้คนของทรัพย์สถิตย์มาร่วมใช้นามสกุลเดียวกับเธอรวมไป ถึงวาทิตด้วย เพราะนอกจากเกษราจะไม่มีกิริยามารยาทเหมือนกุลสตรีไทยแล้ว เธอยังแต่งตัวเป็นสาวเปรี้ยวจัดชนิดที่ชายหนุ่มทนรับไม่ไหว ผิดกับเขาที่เป็นคนคร่ำเคร่งอยู่ในกฎระเบียบแห่งชีวิต ยิ่งถ้าเปรียบเทียบกับ กิ่งแก้ว เพื่อนอาจารย์ในมหาวิทยาลัยซึ่งมีความงามพร้อมแล้วเกษราก็ตกรอบแรกไปเลย แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านความหวังที่เกษราจะได้เป็นสะใภ้แห่งอภิบูรณาก็เรือง รองขึ้นมาทันที เมื่อสามอาจารย์เดินทางมาที่ทรัพย์สถิตย์พร้อม ๆ กัน ถึงแม้แต่ละคนจะแสดงท่าทีไม่ลงรอยกันเพราะต่างคนต่างมั่นใจในความเป็นหนึ่ง ของตัวเอง แต่ทุกคนก็เริ่มทำงานด้วยความตั้งใจ แม้จะต้องล่าถอย อ่อนใจไปบ้างในบางครั้ง เมื่อเกษราออกฤทธิ์ทำท่าไม่สนใจเรื่องวิชาความรู้ต่าง ๆ ที่อาจารย์ทั้งสามสอนให้ จะลุกจะนั่งก็ดูขัดหูขัดตา แถมยังแต่งตัวหวือหวาไปซะทุกอย่าง ซ้ำยังชอบชวนอาจารย์ทั้งสามออกไปท่องราตรีในยามค่ำคืน

เกษราถูกเรียกตัวไปที่อภิบูรณาบ่อยครั้งขึ้น เพื่อทดสอบเรื่องกิริยามารยาท ซึ่งเกษราเองก็แสนจะเบื่อหน่าย ในการที่คุณไพลินจะต้องทานอาหารตำรับชาววังแทบทุกมื้อ ต้องฟังดนตรีไทย บางครั้งก็จะมีทั้งรุ่งทิวาบุตรสาวของรำไพและกิ่งแก้วมาคอยบรรเลงให้ฟัง แถมเธอยังต้องอ่านหนังสือให้คุณย่าไพลินฟังอีก แต่ความน่าเบื่อหน่ายเหล่านี้ก็ค่อย ๆ จืดจางลงเมื่อเกษราได้พบกับ คุณปู่พจน์ ซึ่งป่วยเป็นอัมพาตอยู่ที่เรือนหลังเล็ก เธอมีโอกาสได้พูดคุยกับชายชราด้วยบ่อยครั้ง จนกลายเป็นความผูกพัน เพราะนอกจากวาทิตแล้วสมาชิกในบ้านอภิบูรณาไม่เคยมีใครหันมาสนใจดูแลปู่พจน์ เลย เมื่อวาทิตได้รู้จากผู้เป็นปู่ว่าเกษรามักจะมานั่งเป็นเพื่อนคุยคลายเหงา ชายหนุ่มจึงเริ่มมองหญิงสาวในทางที่ดีขึ้น ยิ่งเมื่อวันที่เขาเกิดล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน เกษราก็รีบพาเขาไปหาหมอและดูแลปรนนิบัติอย่างดี จึงยิ่งทำให้ชายหนุ่มเห็นความดีและความอ่อนหวานในตัวเกษรามากยิ่งขึ้นไปอีก
ครูทั้งสามต่างก็แข่งกันที่จะสอนให้เกษราเรียนได้ดีที่สุดในวิชาของตนเอง ถึงแม้บางครั้งจะถูกดวงเดือนกับดวงแก้วคอยขัดขวางการเรียนการสอนอยู่บ้าง เพราะผู้เป็นน้าก็เห็นด้วยกับเรือนทองที่ไม่ต้องการให้หลานสาวตกไปเป็นสะใภ้ ของบ้านอภิบูรณา ทั้ง เพลินตา สมพร และนวลน้อย ต่างก็พยายามที่จะให้ตนเองได้เป็นครูเพียงคนเดียวของเกษราเพื่อที่จะได้เงิน ก้อนโตตามที่เพ็ญแขเคยเสนอให้ไปจัดการหนี้สินของตนเองเกษรารับรู้ถึงปัญหา นี้จึงอาสาที่จะขอเงินพิเศษเพิ่มให้จากเพ็ญแข ทำให้ครูทั้งสามเพิ่มความรักในตัวเกษรามากขึ้นและยอมร่วมมือกันที่จะทำให้ ลูกศิษย์ของตนเองเข้าไปเป็นสะใภ้แห่งอภิบูรณาให้ได้
ในงานเลี้ยงฉลองแซยิดคุณไพลิน เกษรากับอาจารย์ทั้งสามต้องกลายเป็นแม่งานไปโดยปริยาย หลังจากที่รำไพและรพีพรรณวางแผนให้ เอียด แม่บ้านใหญ่และ ล้อม ผู้เป็นหลานสาวลาพักร้อน แล้วแกล้งโทร.ไปปรึกษากับดวงดาวเรื่องงานเลี้ยง ดวงดาวเองก็ได้โอกาสที่จะโชว์ฝีมือของลูกสาวจึงตกปากรับคำให้เกษราเป็นแม่ งานในครั้งนี้ เพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าเกษราเหมาะสมที่จะเป็นสะใภ้แห่งอภิบูรณา
เรือนทองไม่ยอมไปร่วมงานครั้งนี้ และยังยืนยันที่จะไม่ร่วมวงศ์ตระกูลกับอภิบูรณาเหมือนดั่งเดิม เพลินตา สมพร และ นวลน้อย ช่วยกันเนรมิตงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีรุ่งทิวายื่นมือมาช่วยเรื่องงานครัวบ้าง จึงทำให้เธอสนิทสนมกับเกษรามากยิ่งขึ้น กิ่งแก้วแสดงการรำอวยพรเพื่อเป็นของขวัญให้กับไพลิน ซึ่งก็ทำให้คุณย่าชอบใจไม่น้อย วาทิตเองก็พลอยทึ่งในความสามารถของหญิงสาวไปด้วย ส่วนเกษรานั้นเตรียมการรำฉุยฉายเอาไว้ แต่เกิดความผิดพลาดชุดเกิดหายไปอย่างไม่รู้สาเหตุ เธอจึงต้องโชว์จินตลีลาเพลงบัวขาวแทน โดยมีครูทั้งสามช่วยกันร้องเพลงสดให้ แต่เหมือนโชคเข้าข้าง เพราะเพลงบัวขาวคือเพลงโปรดของไพลิน สร้างความประทับใจให้กับหญิงวัยกลางคนไม่น้อย วาทิตเองก็เริ่มทึ่งและพึงใจในตัวของเกษรา มีเพียงแต่กิ่งแก้วเท่านั้นที่ไม่พอใจกับภาพที่หล่อนได้เห็น

งานแต่งงานของเกษรากับวาทิตถูกจัดขึ้นในเวลาต่อมา ทั้ง ๆ ที่ไพลินก็ยังไม่เต็มใจสักเท่าไหร่นัก วาทิตเองก็ทำไปเพื่อไม่ต้องการได้ชื่อว่าเป็นลูกที่อกตัญญู ดวงดาวมั่นใจว่าลูกสาวของตนเองนั้นจะเป็นสะใภ้ที่ดีได้ เรือนทองมอบที่ดินผืนใหญ่ให้เป็นของขวัญในวันแต่งงาน ซึ่งก็ถึงกับทำให้รำไพและรพีพรรณอิจฉาในความร่ำรวยอย่างแท้จริงของบ้าน ทรัพย์สถิตย์ ส่วนกิ่งแก้วนั้นก็มีความหวังว่าทั้งสองจะต้องหย่าขาดจากกันในเวลาไม่นาน หลังจากที่รำไพและรพีพรรณได้พูดให้ความหวังว่าทั้งสองคนไม่ได้รักกัน ที่วาทิตแต่งงานด้วยเพียงเพื่อต้องการพยุงฐานะของอภิบูรณาไว้เท่านั้น เกษราเองก็เป็นเพียงสะใภ้แต่ในนาม เธอไม่ได้เกี่ยวข้องกับวาทิตฉันท์สามีภรรยาทั่วไป
เกษราขอเวลาในการปรับตัวและทำใจเป็นเวลาสามเดือน เพราะเธอเองก็อึดอัดในความเป็นระเบียบและชีวิตที่อยู่แต่ในกรอบของวาทิต ยังดีที่เธอนั้นมีคุณปู่พจน์เป็นเพื่อนคอยพูดคุยอยู่เสมอ บางครั้งครูทั้งสามก็มาเยี่ยมและขออนุญาตพาหญิงสาวออกไปเที่ยวข้างนอกบ้าน บ้างทำให้คลายเครียดลงไป ครูทั้งสามก็พลอยหลงใหลในแสงสียามค่ำคืนไปกับเกษราด้วย ไพลินเองก็เริ่มพึงใจกับหลานสะใภ้คนนี้ เพราะทุกครั้งที่เกษราออกไปนอกบ้าน เธอก็จะมีของติดไม้ติดมือกลับมาฝากทุกคนในบ้าน ซึ่งแสดงถึงความมีน้ำใจได้อย่างชัดเจน และความที่เกษรานั้นทำตัวตามสบาย ไม่ต้องเคร่งเครียดกฎระเบียบเหมือนกับคนในบ้าน ทำให้ทุกอย่างดูผ่อนคลายไปด้วย แต่ทุกสิ่งทุกอย่างนั้น รุ่งทิวาก็จะคอยตักเตือนเกษราเสมอว่าสิ่งไหนควรหรือไม่ควรที่จะปฏิบัติในอภิ บูรณา
ไพลินมีอาการเครียดจัด เมื่อเธอขาดส่งบ้านและที่ดินที่เอาไปจำนองไว้กับธนาคาร ส่วนทรัพย์สินภายในบ้านรองเมืองก็นำออกไปขายจนแทบเกลี้ยง วาทิตเองก็พลอยเงียบขรึมเพราะกังวลไปด้วย มีแต่รำไพที่ขอเดินทางไปต่างประเทศกับบรรดาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ โดยอ้างว่าไม่อยากให้ใครรู้ถึงฐานะที่ตกต่ำภายในบ้าน ส่วนรพีพรรณก็มุ่งเอาแต่ออกงานสังคมโดยไม่มองฐานะของตนเอง ทิ้งให้รุ่งทิวาเป็นคนดูแลไพลินเพียงลำพัง เกษรานั้นเข้าใจดีถึงสถานการณ์ทุกอย่าง เพราะเธอแอบได้ยินไพลินพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ธนาคารโดยบังเอิญ เกษราจึงให้เรือนทองผู้เป็นยายรับซื้อบ้านและที่ดินเอาไว้เมื่อมีเจ้า หน้าที่ธนาคารนำมาเสนอขายกับเพ็ญแข โดยที่คนของอภิบูรณาไม่มีโอกาสได้รับรู้เลย
กิ่งแก้วไม่ละความพยายามเธอยังคงเข้ามาวุ่นวายกับวาทิตอยู่เสมอ จนรุ่งทิวาเองอดเป็นห่วงไม่ได้ หญิงสาวจึงตักเตือนวาทิตให้บอกกับกิ่งแก้วว่าอย่ามายุ่งวุ่นวายเรื่องราวภาย ในบ้านมากนักซึ่งวาทิตเองก็รู้ทุกอย่างดีแต่ก็ไม่อาจจะพูดกับเธอได้ ชายหนุ่มจึงเริ่มเห็นอกเห็นใจเกษรามากยิ่งขึ้น เรือนทองได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินของอภิบูรณาทั้งหมดโดยที่ไม่มีใครในบ้านของ วาทิตรับรู้เลยแม้กระทั่งตัววาทิตเอง ชายหนุ่มมักจะแวะไปเยี่ยมเยือนเรือนทองอยู่เสมอจึงทำให้หญิงวัยกลางคนเริ่ม รักใคร่ในตัวของหลานเขยคนนี้ เรือนทองสั่งให้เพ็ญแขชี้แจงเรื่องธุรกิจตึกแถว ห้องเช่า และที่ดินต่าง ๆ ให้วาทิตรับรู้ แรก ๆ วาทิตนั้นไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย แต่เรือนทองหาทางออกด้วยการเสนอเงินเป็นค่าตอบแทนให้ ทำให้วาทิตสบายใจขึ้น เขาตั้งอกตั้งใจที่จะช่วยเรือนทองดูแลเรื่องทรัพย์สมบัติอย่างดี ซึ่งก็สร้างความพอใจให้กับเรือนทองเป็นอย่างมาก เพราะอย่างน้อยแผนการที่ใช้ลองใจของวาทิตเรื่องการดูแลทรัพย์สินก็ประสบความ สำเร็จไปแล้วหนึ่งอย่าง เรือนทองไม่ห่วงอีกต่อไปหากวันหนึ่งวาทิตจะเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินของเธอทั้ง หมด เพราะเขาจัดว่าเป็นเด็กหนุ่มที่มีนิสัยดี ซื่อสัตย์คนหนึ่งเลยทีเดียว เมื่อวาทิตได้มีโอกาสใกล้ชิดกับคนของทรัพย์สถิตย์ เขาก็เริ่มคุ้นเคยสนิทสนมกับทุกคนในบ้านในเวลาเพียงไม่นาน รวมถึงครูทั้งสามของเกษราด้วย ทำให้ชายหนุ่มเริ่มมองเกษราในแง่มุมที่ดีขึ้นมาอีก

ยังไม่ทันที่ความสัมพันธ์ของเกษรากับวาทิตจะดำเนินไปด้วยดี โรเจอร์ คนรักเก่าของเกษราก็เดินทางกลับมาจากฝรั่งเศส โรเจอร์ตัดพ้อต่อว่าที่เกษราแต่งงานอย่างกะทันหัน และไม่ยอมบอกกับเขาเพราะหญิงสาวเคยให้สัญญากับชายหนุ่มว่าจะให้คำตอบเรื่อง ความรักกับเขาก่อน เกษราให้ความสนิทสนมกับโรเจอร์ด้วยความจริงใจ เพราะครั้งหนึ่งหญิงสาวเคยไปอาศัยอยู่ที่บ้านของโรเจอร์ครั้งที่ไปเรียนต่อ ที่เมืองนอก เธอจึงให้โรเจอร์เข้ามาพักอยู่ในบ้านทรัพย์สถิตย์ ระหว่างที่มาเที่ยวเมืองไทย ด้วยความเป็นห่วงครูทั้งสามจึงออกปากตักเตือนด้วยความหวังดีเพราะเกรงว่าเก ษราจะผิดใจกับวาทิต แต่กลับสร้างความไม่พอใจให้กับเกษราเป็นอย่างมาก ครูทั้งสามน้อยใจมากจึงถือโอกาสลาเพ็ญแขกลับบ้านโดยทั้งสามให้เหตุผลว่าหมด หน้าที่ของพวกเธอแล้ว เกษราพาโรเจอร์ไปทานข้าวที่บ้านอภิบูรณาและได้พบกับกิ่งแก้วซึ่งนั่งเคียง คู่อยู่กับวาทิต ทำให้ไพลินกระอักกระอ่วนใจมากกับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในบ้าน กิ่งแก้วเองก็เกิดการปะทะคารมกับโรเจอร์ วาทิตก็รู้สึกเสียหน้าอย่างแรงจึงมีเรื่องทะเลาะกับเกษรา ทุกอย่างจึงดูยุ่งเหยิงไปหมดประจวบกับที่เรือนทองป่วยหนัก เกษราจึงต้องกลับไปดูแลยายที่บ้านบ่อยครั้ง ทำให้ทั้งสองห่างเหินกัน วาทิตเข้าใจเกษราผิดมากขึ้นไปอีก เพราะเข้าใจว่าผู้เป็นภรรยานั้นกลับไปคบหากับแฟนเก่าเหมือนดั่งเดิมถึงขนาด ไม่มีเวลากลับมาหาตนที่บ้านอีก รำไพกับรพีพรรณได้ที ก็ยุให้วาทิตหย่าขาดกับเกษรา ซึ่งกิ่งแก้วเองก็เห็นดีด้วยจึงตามไปต่อว่าเกษราถึงที่บ้าน และบังเอิญได้พบกับโรเจอร์ทั้งสองจึงปะทะคารมกันอีก โรเจอร์นั้นไม่ยอมแพ้เขาตามไปหาเธอถึงมหาวิทยาลัย ถึงแม้จะมี รัศมี เพื่อนขาเม้าท์คนสนิทของกิ่งแก้วคอยกีดกัน หนุ่มตาน้ำข้าวตามกิ่งแก้วจนไปถึงที่บ้านและได้ทำความรู้จักกับพ่อและแม่ของ เธอ ด้วยเพราะเขาเริ่มพอใจในตัวอาจารย์สาวผู้นี้เข้าเสียแล้ว ความมึนตึงประชดประชันระหว่างสองสามีภรรยาทำให้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียด วาทิตกล่าวหาว่าเกษราจะกลับไปคืนดีกับโรเจอร์ ส่วนเกษราเองก็ต่อว่าชายหนุ่มที่ต้องการจะหย่าขาดจากเธอก็เพื่อไปแต่งงาน ใหม่กับกิ่งแก้วและจะเอาสมบัติมากู้ฐานะบ้านอภิบูรณาด้วยหลังจากที่เขาและ เธอได้หย่าขาดจากกัน ด้วยความโกรธที่ถูกเกษราต่อว่าชายหนุ่มจึงขาดสติปลุกปล้ำหญิงสาวในคืนนั้น และเขาก็ได้รู้ว่าเกษราเป็นหญิงสาวที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่ใช่สาวเปรี้ยว หัวนอก เหมือนกับภาพที่ทุกคนมองเห็น
เกษรากลับมาอยู่บ้านทรัพย์สถิตย์ด้วยหัวใจที่ชอกช้ำและผิดหวังในตัววาทิต เธอสารภาพกับโรเจอร์ว่าสามารถมอบเพียงความเป็นเพื่อนให้กับโรเจอร์ได้เท่า นั้น ซึ่งชายหนุ่มเองก็เข้าใจดีและพร้อมที่จะช่วยเหลือเกษราเมื่อรู้ว่าเธอกำลัง มีปัญหากับวาทิต โรเจอร์ไปพูดตักเตือนให้กิ่งแก้วได้คิดอีกว่า ยังมีคนใกล้ตัวกิ่งแก้วอีกคนที่ยังสนใจเธออยู่ สร้างความงุนงงให้กับหญิงสาวเป็นอย่างยิ่ง หนุ่มตาน้ำข้าวตัดสินใจออกจากบ้านทรัพย์สถิตย์ แล้วย้ายไปอยู่บ้านใกล้ ๆ กับบ้านของกิ่งแก้วในเวลาต่อมา ชายหนุ่มจึงเริ่มตามจีบกิ่งแก้วอย่างเป็นจริงเป็นจัง
เกษราตามไปขอขมาครูทั้งสาม ซึ่งทั้งเพลินตา สมพร และ นวลน้อย ก็ยังคบหากันอยู่เหมือนเดิม ไม่ว่าวันใดที่นวลน้อยนึกอยากกินอะไรขึ้นมาก็จะให้เพลินตาทำให้ทาน โดยมีโชคขี่มอเตอร์ไซค์ไปรับกับข้าวมาให้ ซึ่งก็เป็นเหตุให้โชคได้รู้จักกับสายไหมน้องสาวของเพลินตาที่มีฝีไม้ลายมือ เรื่องทำกับข้าวไม่แพ้ผู้เป็นพี่สาว ด้วยความเจ้าชู้ของโชคเขาก็ออกลวดลายจีบสายไหมเข้าทันที แต่เพลินตานั้นไม่ชอบใจจึงคอยขัดขวาง ทำเอาชายหนุ่มนึกเกรง ๆ อยู่เหมือนกัน แต่เมื่อมีเกษรามาเป็นแขกที่บ้าน โชคก็เลิกสนใจสายไหมทันทีและหันมาจีบเกษราอย่างจริงจัง แต่เการาก็ไม่ได้ถือสา ปล่อยให้โชคพร่ำเพ้อไปแต่เพียงคนเดียว
ปู่พจน์ป่วยหนัก เฝ้าเรียกหาแต่เกษรา ชายชราขอร้องให้ทุกคนในบ้านเลิกทำท่ารังเกียจสะใภ้หัวนอกคนนี้ แถมขอร้องให้รำไพและรพีพรรณเลิกใช้จ่ายฟุ่มเฟือย จนทำให้อภิบูรณามีปัญหาเรื่องการเงิน เมื่อความลับนี้ถูกเปิดเผยขึ้น ทั้งสองคนจึงถูกไพลินต่อว่าจนต้องยอมรับผิด ปู่พจน์มอบที่ดินผืนสำคัญที่เก็บไว้ตั้งแต่ยังหนุ่มให้กับวาทิตเพื่อนำไปขาย แล้วเอาเงินไปไถ่บ้านและที่ดินคืนจากเรือนทอง ไพลินตกใจมากที่สามีล่วงรู้ความลับอันนี้จึงรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถปกป้อง ทรัพย์สมบัติของตระกูลเอาไว้ได้ เรือนทองเองเมื่อหายจากอาการป่วยก็เดินทางไปที่อภิบูรณาทันที สอบถามเอาความจริงจากวาทิตว่ายังรักหลานสาวของเธออยู่หรือไม่ เพราะอย่างไรเสียเกษรากับวาทิตก็จะได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินทั้งหมดอยู่ดี แต่หากวาทิตหมดรักในตัวเกษราแล้วเธอก็จะขายบ้านและที่ดินคืนให้ แต่ไม่มีคำตอบใด ๆ ออกมาจากปากวาทิต ทำให้ทุกคนในบ้านสงสัยถึงความในใจที่เขามีต่อเกษรา
เมื่อวาทิตนึกทบทวนถึงความรู้สึกที่แท้จริงที่เขามีต่อเกษรา ชายหนุ่มจึงตัดสินใจขายที่ดินย่านชานเมืองแล้วนำเงินไปซื้อบ้านและที่ดินของ อภิบูรณาคืน เรือนทองเสียใจมากที่วาทิตไม่สามารถกลับมาคืนดีกับเกษราได้อีกจึงจำใจขาย ทรัพย์สินนั้นคืนให้วาทิตไป ในขณะที่เรือนทองและเพ็ญแขกำลังกลุ้มอกกลุ้มใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพลินตาก็มาปรากฏตัวที่บ้าน เพราะเธอเองก็อดสงสัยในพฤติกรรมของเกษราไม่ได้ ที่ไปขอพักอาศัยอยู่กับตนที่ต่างจังหวัด และไม่เคยพูดถึงวาทิตเลย จึงลงทุนมาสืบเรื่องราวด้วยตนเอง ทั้งเรือนทองและเพ็ญแข จึงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้กับเพลินตาได้รับรู้ วาทิตไปหากิ่งแก้วที่บ้านและได้รู้ว่าเธอได้ติดบ่วงดวงใจของโรเจอร์เข้าให้ แล้ว หญิงสาวจึงสารภาพกับชายหนุ่มว่าจะไปอยู่เมืองนอกกับโรเจอร์ในอนาคต โรเจอร์เองก็บอกกับวาทิตว่าเกษรานั้นมีใจรักต่อวาทิตอย่างแท้จริง สองหนุ่มเกิดความเข้าอกเข้าใจและจับมือแสดงความเป็นมิตรต่อกัน
วาทิตได้พบกับเพลินตาและได้รับรู้เรื่องราวของเกษราทั้งหมดขณะที่ไปอยู่กับ ครูทั้งสาม ชายหนุ่มจึงรีบกลับไปที่บ้านและบอกกับผู้เป็นย่าว่าจะไปสู่ขอหญิงสาวคนหนึ่ง แต่งงาน โดยให้ย่าไปเป็นผู้ใหญ่ให้ ไพลินเข้าใจว่าวาทิตจะไปขอกิ่งแก้วมาเป็นสะใภ้ จึงออกปากปฏิเสธเสียงแข็งไม่ยอมให้ใครมาเป็นสะใภ้อีกนอกจากเกษรา เพราะอย่างไรเสียเธอก็เป็นเด็กสาวที่มีจิตใจงดงามคนหนึ่งเลยทีเดียว เมื่อไม่มีเกษราอยู่ในบ้านก็พลอยทำให้ทุกอย่างเงียบเหงากลับไปสู่บรรยากาศ แบบเดิม ๆ
โชคยังตามตื้อเกษราอย่างไม่ย่อท้อ ท้ายสุดเกษราจึงบอกกับเขาว่า เธอแต่งงานแล้ว และไม่สามารถปันใจให้กับชายอื่นได้อีกนอกจากวาทิต และคิดกับโชคเพียงแค่พี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น ขอให้เขากลับไปให้ความสำคัญและดูแลสายไหมเหมือนดั่งเดิม โชคจึงได้คิดและหวนกลับไปหาสายไหมอีกครั้ง วาทิตลงทุนติดตามเพลินตาไปงอนง้อขอคืนดีกับเกษราถึงอ่างทอง แต่ไม่ว่าอย่างไรเกษราก็ไม่คลายความโกรธไปได้เสียที จนชายหนุ่มท้อใจเดินทางกลับกรุงเทพฯ อย่างหมดหวัง ทำให้ครูทั้งสามของเกษราพลอยเศร้าใจไปด้วย
ครูเติม เพื่อนครูซึ่งรู้จักคบหากับครูสมพรมาเป็นเวลานานก็อดเป็นห่วงสาวใหญ่ไม่ได้ ที่เป็นกังวลเรื่องของเกษราจนทำให้เครียดจัด ครูเติมจึงคอยเฝ้าปลอบใจและสารภาพว่าหลงรักสมพรมานับสิบปีและจะไม่รอเวลาอีก ต่อไป ทำให้สมพรถึงกับปลื้มและซาบซึ้งกับคำว่าความรักในครั้งนี้
โรเจอร์ตัดสินใจจะพากิ่งแก้วไปอยู่ที่ฝรั่งเศสด้วยจึงพาพ่อกับแม่มาพบญาติ ผู้ใหญ่ของกิ่งแก้วที่บ้าน ชายหนุ่มออกปากอยากหาแม่ครัวคนไทยสักคนไปช่วยงานที่ร้านอาหารไทยที่โน่น กิ่งแก้วนึกถึงเพลินตาครูสาวของเกษราได้จึงเดินทางไปที่อ่างทองเพื่อพบครู เพลินตาที่นั่น ทั้งสมพรและนวลน้อยต่างก็ดีใจไปกับเพื่อนที่จะได้ไปอยู่ต่างประเทศ กิ่งแก้วได้พบกับเกษราที่นั่นเธอขอโทษในสิ่งที่ผ่านมาและหวังว่าเกษราจะกลับ ไปคืนดีกับวาทิตในเวลาไม่นาน ประจวบกับที่ปู่พจน์เสียชีวิตลงเกษราจึงยอมกลับมาที่อภิบูรณา ทุกคนมีท่าทีดีกับเธอไม่เหมือนดั่งแต่ก่อน วาทิตยอมสารภาพตรง ๆ ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอในคืนนั้น แท้ที่จริงก็คือความรักที่อยู่ในใจของเขามาเป็นเวลานาน ชายหนุ่มทั้งเสียใจและน้อยใจที่เกษราทิ้งเขาไปอย่างนั้น ต่อไปนี้เขาจะไม่ยอมให้เกษราหนีไปไหนอีก ไม่ว่าหญิงสาวอยากจะทำตัวอย่างไรในบ้านอภิบูรณาเขาก็ยอมได้ทุกอย่าง หากแต่อย่าหนีหายไปจากชีวิตของเขาอีก
เกษราซาบซึ้งในความจริงใจที่วาทิตมีต่อเธอ หญิงสาวจึงยอมยกโทษให้กับความผิดที่ผ่านมา และเธอเองก็ยอมรับว่ารักวาทิตเช่นเดียวกัน ครูสมพรกับครูเติมตกลงที่จะแต่งงานกันและช่วยกันพัฒนาค่ายมวยสมพรยิม ด้านครูนวลน้อยก็ให้นายโชคหลานชายเลิกทำคณะรำซิ่งไปช่วยสายไหมทำกิจการร้าน อาหาร ส่วนตัวเองจะกลับไปเปิดโรงเรียนสอนดนตรีไทยที่กรุงเทพฯ โดยการสนับสนุนของเกษรา โชคกับสายไหมตกลงใจใช้ชีวิตร่วมกัน เพลินตาก็ติดตามโรเจอร์กับกิ่งแก้วไปอยู่ต่างประเทศไม่ยอมทิ้งกระทะกับ ตะหลิวอาชีพที่เธอรักไปตลอดชีวิต คุณไพลินกับคุณเรือนทองก็กลายเป็นคู่หูคู่ใหม่ที่ควงกันไปวัดเป็นประจำเพื่อ ไปปรึกษาพระเรื่องตั้งชื่อเหลนที่กำลังจะเกิดมา ทั้งสองบ้านกลายเป็นทองแผ่นเดียวกันโดยมีความรักของวาทิตและเกษราเป็นตัว เชื่อมความสัมพันธ์ของสองตระกูล

ลักษณะตัวละคร
1. วาทิต ชายหนุ่มวัย 25-28 รูปร่างหน้าตาดี บุคลิกดีมีความสง่างามด้วยมาดผู้ดี แม้เป็นอาจารย์ที่มีความคิดอ่านทันสมัยในวิทยาการ แต่การดำเนินชีวิตนั้นยึดติดอยู่กับกรอบประเพณีที่ดีงาม มีอุดมคติเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตที่ไม่หวือหวา ไม่โลดโผน เชื่อมั่นในชาติตระกูล และฝังใจว่าผู้เป็นภรรยาต้องสงบเสงี่ยมเหมือนแม่ตัวเอง ต้องเป็นช้างเท้าหลัง
2. ไพลิน หญิงชรามาดดีวัย 55-60 ที่คงความเป็นผู้ดีทั้งกริยาวาจาและท่วงท่า เผด็จการ หยิ่งและจมไม่ลง ภาคภูมิใจในชาติตระกูลตนเองเป็นอย่างยิ่ง ปลูกฝังทั้งลูกและหลานให้อยู่กินอย่างผู้ดี ทำตัวอย่างผู้ดี แม้บางครั้งแววตาจะแสดงออกถึงความเจ็บปวดสิ้นหวังกับการทำคอระหง บางครั้งอยากจะปล่อยวางมาดผู้ดี จนในที่สุดแบกถือไว้ไม่ไหว เมื่อพบคนจริงใจด้วยอย่างคุณยายเรือนทองก็ต้องยอมจมลง
3. รพีพรรณ สาวใหญ่วัย 35-40 มาดดี เย่อหยิ่ง หัวสูง แต่งตัวเก่ง รสนิยมดี ปากร้ายปากไวแต่คม ชอบค่อนนินทาคนแบบเจ็บ ๆ แบบผู้ดี ขี้โกงนิด ๆ โกงเงินแม่เงินพี่ชายมาเก็บสะสมซื้อข้าวของของตัวเอง ไม่มีน้ำใจพอครอบครัวตกอับไม่เอาใคร
4. รำไพ สาวใหญ่วัย 35-40 มาดดี เย่อหยิ่ง เจ้าคิดเจ้าแค้น จอมประชด ทำตัวเรื่อยเปื่อยไม่สนใจจะทำมาหากินอะไรเพื่อประชดผู้เป็นแม่ที่จัดให้แต่ง งานกับผู้ชายที่เป็นผู้ดีจอมปลอม แก้แค้นแม่อยู่เงียบ ๆ ด้วยการเม้มเงินไว้ใช้จ่ายส่วนตัว เวลาครอบครัวตกอับไม่สนใจใครแม้แต่ลูก
5. รองเมือง หนุ่มใหญ่วัย 35-40 เป็นลูกชายคนเดียวของคุณไพลินที่ต้องฟังบัญชาจากแม่ ยอมแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก แต่ยังมีใจรักมั่นกับคนรักเดิม เป็นคนรักษาสัญญา รักเพื่อน อดทน เสียสละให้พี่น้อง
6. วารี สาวใหญ่วัย 35-40 เป็นผู้หญิงหน้าตาธรรมดา กิริยานุ่มนวลเนิบช้า ใจเย็น สงบเสงี่ยม รักครอบครัว กตัญญูต่อแม่สามี
7. รุ่งทิวา หญิงสาววัย 25-28 ลูกสาวของคุณรำไพที่หน้าตาธรรมดา เป็นคนเงียบ ๆ เซื่อง ๆ เหมือนไม่รู้สึกรู้สา แต่รู้เรื่องราวหลายเรื่องลึกซึ้ง คนมองเหมือนติงต๊อง แต่ลึก ๆ คือคนเก็บกด รักความถูกต้องยุติธรรม รู้ผิดชอบชั่วดี
8. เรือนทอง หญิงชราวัย 55-60 ที่มาดดี อารมณ์ดีเบิกบาน จิตใจดีแจ่มใส ทันสมัย ร่ำรวยและใจสปอตกล้าได้กล้าเสีย ขี้เล่นบางเรื่อง จริงจังบางสถานการณ์
9. เกษรา หญิงสาววัย 22-25 สวยเท่ ทันสมัย มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงแต่ก็ยอมทำทุกอย่างตามที่แม่ขอเพราะไม่อยากเป็น เด็กไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อว่าจะแต่งงานกับคนที่พ่อเลือกให้ ฉลาดหัวไว คล่องแคล่วปราดเปรียว เรียนรู้อะไรได้เร็ว แต่ไม่ค่อยเต็มใจ ไม่พิถีพิถัน แต่แม้จะทำตัวน่าหวาดเสียวสำหรับผู้ใหญ่ที่ได้เห็นแต่ไม่ยอมเสียความเป็นสาว ให้ใคร ด้วยความเชื่อมั่นส่วนตัวว่าจะเก็บความภาคภูมิใจไว้ให้ผู้ชายคนที่ตัวเองรัก ที่สุดเท่านั้น
10. ดวงดาว สาวใหญ่วัย 35-40 ที่มีความคล่องแคล่วปราดเปรียว รู้เรื่องธุรกิจของครอบครัวควบคู่ไปกับครูเพ็ญแขเลขาของเรือนทอง เป็นคนใจนักเลง แต่ไม่กร่างมีความมุ่งมั่นประมาณสิบปีแก้แค้นก็ไม่สาย มีความหวังที่จะเกี่ยวดองกับตระกูลอภิบูรณาให้ได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เมื่อตนเองพลาดรักยังอยากให้ลูกสาวไปเกี่ยวดองแบบมีแผนสลับซับซ้อนเพื่อแก้ เผ็ดคุณย่าไพลิน ที่ครั้งหนึ่งเคยปฏิเสธไม่รับเธอเป็นสะใภ้ แต่โดยปกติเป็นคนดี และจริงจังจริงใจต่อการกระทำทุก ๆ อย่าง
11. ดวงเดือน สาวใหญ่วัย 35-40 เป็นสาวโสดที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง เป็นนักธุรกิจที่คล่องแคล่วปราดเปรียว รักหลานสาว รักแรงเกลียดแรง เป็นผู้หญิงมากเรื่องพิธีการเยอะ จึงไม่ตกลงปลงใจแต่งงานกับใคร
12. ดวงแก้ว สาวใหญ่วัย 35-40 เป็นสาวโสดที่รักอิสระทำงานในแวดวงศิลปะบันเทิง มีความเป็นตัวของตัวเองสูง หยิ่งเพราะถือว่าแม่รวย รักพี่ ๆ รักหลาน รักที่จะทำเรื่องสนุก ๆ
13. เพ็ญแข สาวใหญ่วัย 40-50 ที่เป็นลูกจ้างผู้ซื่อสัตย์ ขยันและจริงจัง จริงใจต่อคนตระกูลทรัพย์สถิตย์ รักษาผลประโยชน์ให้สุดชีวิต รักความถูกต้องยุติธรรม
14. เพลินตา สาวโสดสาวใหญ่วัย 40-45 ที่ในอดีตเป็นครูสอนคหกรรมในโรงเรียนเอกชนที่มีชื่อเสียงที่สุด มีฝีมือในการทำอาหารทำขนมระดับมือรางวัล และสอนเด็กจนได้รับรางวัลจากการประกวดทำอาหารและขนมมามากแล้ว ปกติเป็นคนใจเย็น ขยัน รักสวยรักงาม ประณีต บรรจง แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปเป็นตรงกันข้ามเมื่อออกจากครูแล้วต้องไปผจญภัยกับการ ค้าขายข้าวแกงอาหารตามสั่งให้วินมอเตอร์ไซค์ คนงานก่อสร้าง หนุ่ม ๆ สาว ๆ โรงงาน ที่มีทั้งกวนประสาท กวนใจ กวนตีน จึงกลายเป็นคนโผงผางจอมโวยวาย มีตะหลิวเป็นอาวุธคู่กายมานับ 10 ปี
15. สมพร สาวโสดสาวใหญ่วัย 40-45 ที่เป็นอดีตครูสอนศิลปวัฒนธรรมมารยาทไทยให้กับเด็กจนมีเด็กได้รับรางวัล มารยาทงามมาแล้ว หลายปีหลังจากออกจากครูเพราะโรงเรียนปิดกิจการ วิถีชีวิตก็ต้องเปลี่ยนไปต้องไปรับมรดกตกทอดของพ่อดูแลค่ายมวย จากครูมารยาทดีกลายเป็นครูปากร้ายขี้โมโห มือไวกำปั้นหนัก ทันชกเป็นชก ทันถีบเป็นถีบ เพราะต้องควบคุมเด็กหนุ่ม ๆ นักมวย แต่โดยพื้นฐานเป็นคนใจเย็น สงบ พูดน้อย
16. นวลน้อย สาวโสดสาวใหญ่วัย 40-45 ที่แสนจะบอบบางกริยาเนิบนาบ เสียงเพราะ เก่งในเครื่องดนตรีไทยหลายชนิด ร้องเพลงไทยเดิมได้ไพเราะจับใจ ส่งลูกศิษย์ให้ไปรับรางวัลมากมาย ปัจจุบันต้องมาเป็นครูสอนรำซิ่งให้หลานชาย
17. กิ่งแก้ว อาจารย์สาววัย 25-27 ที่สวยสง่าสงบเรียบร้อยในสายตาของคนทั่วไป มีความเป็นกุลสตรีเพราะได้รับการปลูกฝังมาจากแม่ที่เคยเป็นคนรับใช้ในบ้าน เชื้อพระวงศ์ เก่งด้านการทำอาหารขนมและนาฏศิลป์ แต่เพราะรักวาทิตมากจึงทำอะไรร้ายได้อย่างแนบเนียนกับเกษรา
18. ก้องไกร หนุ่มใหญ่วัย 40 เศษ ที่เป็นสุภาพบุรุษ รักครอบครัว ซื่อสัตย์ กตัญญู เพราะรักคุณดวงตาด้วยความจริงใจ เมื่อรู้ว่าคุณดวงตาไม่ได้แต่งงานกับคุณรองเมืองเพื่อนกันแล้วก็พยายามดูแล คุณดวงตาจนได้แต่งงานด้วย แต่เพราะทำงานหนักและมีโรคร้าย ทำให้ต้องเสียชีวิตลงก่อนใคร ๆ และได้ฝากฝังครอบครัวและลูกสาวไว้พร้อมกับบอกยกเกษราให้เป็นสะใภ้ตระกูลอภิ บูรณา
19. โรเจอร์ หนุ่มชาวฝรั่งเศส อายุ 25-28 สุภาพเรียบร้อยและสนใจวัฒนธรรมไทย สนใจชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย ให้เกียรติสุภาพสตรี และไม่เคยล่วงเกินเกษรา ยอมรับการอกหัก
20. จอน คนขับรถบ้านคุณย่าไพลินที่รับใช้มาตั้งแต่อายุรุ่นหนุ่ม จนเป็นหนุ่มใหญ่อายุ 40-45 ซื่อสัตย์เถรตรง
21. เอียด สาวใช้สาวใหญ่วัย 40-45 ที่มีฝีมือในการทำอาหารไทย ขนมไทย และในการจัดการเรื่องงานบ้านงานเรือน เป็นสาวโสด เป็นคนเค็ม เขี้ยว ชอบเม้มเล็กผสมน้อย ชอบทำธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ ออกเงินกู้ ยอมรับที่เงินของคนมากกว่ายอมรับคน
22. ล้อม สาวใช้วัย 20-25 หลานแม่เอียด ซื่อสัตย์ ขยัน รักสวยรักงาม รักความถูกต้องยุติธรรม
23. จวน สาวใช้วัย 40-45 ที่ดูแลความเรียบร้อยของบ้านทรัพย์สถิตย์มานาน เหมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่งในบ้าน รักและซื่อสัตย์ต่อคุณยายเรือนทอง รักและเอ็นดูเกษราเพราะเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย
24. เติม ครูมวยที่เป็นศิษย์รุ่นแรก ๆ ของค่ายมวย อายุ 40-45 เป็นโสด ใจดี ซื่อสัตย์
25. รัศมี เพื่อนครูสาวของกิ่งแก้ว อายุ 25-27 เป็นคนไม่สวย ไม่มีเสน่ห์ แต่ก็เป็นแรงเชียร์เป็นขาเม้าท์ของการะเกด
26. โชค หลานชายของครูนวลน้อย อายุ 25-30 เป็นหนุ่มลูกทุ่งที่มีความฝันความหวังจะได้ออกทีวีแต่จับพลัดจับผลูต้องมา เป็นหัวหน้าคณะรำซื่งโชว์ตามคาเฟ่
27. พุดกรอง แม่ของการะเกด วัยประมาณ 40-45 ท่วงท่ากิริยาเป็นผู้ดี สงบเสงี่ยม เรียบง่าย แต่ปลูกฝังลูกให้มองหาผู้ชายที่เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ
28. ประสาน พ่อของการะเกด วัยเกษียณที่สงบเงียบไม่มีปากเสียง แต่คอยค้านเวลาที่เมียปลูกฝังลูกเรื่องการหาคู่
29. พจน์ ปู่ของวาทิต อายุประมาณ 60 สงบปากสงบคำ หม่นเศร้า เพราะเป็นอัมพาธเดินไม่ได้
30. สายไหม น้องสาวครูเพลินตาวัย 25-30 เป็นชาวบ้าน เป็นคนเรียบง่าย เนิบช้า ครูเพลินตาต้องคอยจ้ำจี้จ้ำไชตามสไตล์ครู
31. สายพิณ แม่ของครูเพลินตา วัย 55-60 หญิงชราที่สงบเสงี่ยม มีชีวิตที่เรียบง่าย
32. จิ๊บ สาวใช้ลูกสาวแม่จวน อายุ 20-25 ชื่นชอบชื่นชมคนของเกษราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นวาทิตหรือโรเจอร์ ปลื้ม กรี๊ด ฝันเฟื่อง
33. ชุบ คนขับรถวัยประมาณ 40-45 แอบปลื้ม ๆ บรรดาครูสาวใหญ่อยู่เงียบ ๆ แต่เป็นคนดี ซื่อสัตย์

Jun 7

น้ำ, ฮวงจุ้ย

ศาสตร์แห่งฮวงจุ้ย : ‘โชคลาภ’ มากับ ‘น้ำ’

ทุก คนคงเคยเห็นการตั้งน้ำพุ, โอ่งน้ำล้น, บ่อปลา, น้ำตก หรือแม้กระทั่งน้ำนิ่งในบ้านหลาย ๆ หลัง เพื่อหวังผลทางด้านฮวงจุ้ย โดยยังไม่ได้มีความรู้ในการใช้งานอย่างถ่องแท้ ซึ่ง “ฮวง” นั้นแปลว่า “ลม” ส่วน “จุ้ย” นั้นแปลว่า “น้ำ” ดังนั้นหากเราต้องการจะเข้าใจใน ศาสตร์ฮวงจุ้ยอย่างถ่องแท้แล้วเราต้องมีความเข้าใจในธรรมชาติของ “ลม” และ “น้ำ” อย่าง ละเอียด ซึ่งในบทความนี้เราจะมาศึกษาถึงประโยชน์ของน้ำในทางฮวงจุ้ย โดยในทางฮวงจุ้ยแล้วเราแบ่งการใช้ประโยชน์ของน้ำออกเป็น 3 รูปแบบ คือ การกักเก็บพลังงาน, การกระจายพลังงาน และ การเกิดปฏิกิริยาธาตุ เราต้องเข้าใจกลไกการใช้งานก่อนถึงจะสามารถเลือกรูปแบบของการใช้น้ำได้ถูก ต้อง

1. การใช้น้ำสำหรับการกักเก็บพลังงาน เนื่องจากคำกล่าวของเคล็ดวิชาฮวงจุ้ยที่ว่า “พลัง งานนั้นมากับลมและสะสมตัวที่น้ำ” เรา สามารถ สังเกตได้ว่าน้ำนั้นมีความสามารถในการกักเก็บ พลังงานมากกว่าพื้นดินธรรมดา เราสามารถเห็นได้จากในเวลากลางคืนจะเกิดปรากฏการณ์การเกิด “ลมบก” เป็นเพราะว่าเมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว “พื้นน้ำ” จะมีความสามารถในการกักเก็บพลังงานมากกว่า “พื้นดิน” เมื่อ อุณหภูมิที่หน้าพื้นน้ำร้อนกว่าพื้นดิน อากาศที่ผิวน้ำจะลอยสูงขึ้นและอากาศที่พื้นดินจะเคลื่อนตัวในแนวนอนมาแทนที่ จึงทำให้เกิดลมบก จากปรากฏการณ์นี้เราเห็นว่าหากเรามี “แหล่งน้ำ” อยู่ ในบริเวณใกล้ ๆ บ้านของเรา จะมีความสามารถในการกักเก็บพลังงานได้ดีกว่าพื้นดินธรรมดา ดังนั้นหากเราพบว่ามีกระแสอากาศจาก “ทิศทางของโชคลาภ” พัดผ่านมาทางด้านใดของบ้านเรา การมีแหล่งน้ำจะถือว่าทำให้เรามีตัวช่วยในการกัก “กระแสพลังของโชคลาภ” ได้ดี จึงเป็นที่มาของความเจริญรุ่งเรือง

2. การใช้น้ำสำหรับการกระจายพลังงาน เช่น การใช้น้ำพุ หรือ โอ่งน้ำล้น เพราะเมื่อ “น้ำ” มี การตกลงจากที่สูงลงต่ำ จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของพลังงานศักย์จากจุดที่สูงกว่าให้เกิดเป็นพลังงาน จลน์ในรูปแบบของน้ำที่ตกจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำตามธรรมชาติด้วยแรงโน้มถ่วงของ โลก ซึ่งเป็นหลักการที่นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันใช้ในการสร้างเขื่อนเพื่อต้อง การพลังงานจลน์ดังกล่าวไปผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้านั่นเอง ดังนั้นหากเรามีความสามารถในการคำนวณหาทิศทางที่มีโชคลาภประจำยุคที่ 8 ของฮวงจุ้ยในระบบดาวเหิน (Xuan Kong Flying Star) ในระหว่าง พ.ศ. 2547-2567 หรือแม้กระทั่งทิศทางของโชคลาภประจำปีได้แล้ว เราสามารถจะกระตุ้นให้เกิดพลังงานโชคลาภดังกล่าวได้ โดยการตั้งน้ำพุหรือโอ่งน้ำล้น เพื่อกระจายพลังงานที่ดีให้ออกมามากเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ตาม หากเราตั้งน้ำพุหรือโอ่งน้ำล้น โดยไม่มีความรู้ในการคำนวณองศาทิศทางแล้ว การตั้งน้ำพุหรือโอ่งน้ำล้นนั้น อาจทำให้เราพบกับความเสื่อมได้หากเราไปตั้งในทิศทางที่ไม่ดีในช่วงเวลาประจำ ยุคหรือประจำปีนั้น ๆ ดังนั้นการตั้งน้ำสำหรับการกระจายพลังงานนั้นถือว่ามีความเสี่ยงมากกว่าการ ใช้น้ำเพื่อการกักเก็บพลังงานตามข้อแรก

3. การใช้น้ำสำหรับการเกิดปฏิกิริยาธาตุ หากท่านต้องการใช้ความเป็น “ธาตุน้ำ” เพื่อ ลดร้ายของการจัดฮวงจุ้ยประจำปี 52 นี้ ทิศทางที่ช่วยในการลดร้ายนั้นได้แก่ทิศตะวันออก เนื่องจากมีพลังงานของธาตุทองแห่งความแตกแยกสะสมตัวอยู่ หากบ้านของท่านมีการกระตุ้นพลังงานในทิศทางดังกล่าวมากเป็นพิเศษ เช่น มีประตูทางเข้า เครื่องปรับอากาศ หรือ มีการตกแต่ง ต่อเติม ซ่อมแซมที่บริเวณดังกล่าวอยู่ จะทำให้มีเรื่องราววุ่นวายเกี่ยวกับการทะเลาะเบาะแว้ง การเสียทรัพย์ หรือโดนผู้มีอำนาจเหนือกว่าทำให้ลำบากกายและใจ ท่านสามารถถ่ายเทพลังงานของธาตุทองดังกล่าว โดยการนำ “อ่างน้ำนิ่ง” ไปวางเพื่อแก้ฮวงจุ้ยได้

หรือ หากท่านต้องการเสริมดวงในปี 52 นี้ทิศทางของธาตุน้ำที่ดี ได้แก่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ หากท่านมีการตั้งน้ำไว้ในทิศทางดังกล่าวจะทำให้ท่านได้รับโชคเสริม หรือโชคที่ไม่ได้คาดหมาย ไปจนกระทั่งช่วยส่งเสริมให้เกิดแนวคิดหรือธุรกิจใหม่ ๆ ได้ดี

ท้าย สุดนี้หวังว่าทุกท่านคงมีความเข้าใจในการใช้ประโยชน์จาก น้ำมากขึ้นแล้ว ว่าหากต้องการให้การใช้ “น้ำ” มีผลดีในการจัดฮวงจุ้ยอย่างสูงที่สุด การคำนวณองศาทิศทางเพื่อหาพลังงานที่ดีเพื่อกักเก็บหรือกระจายพลังงานจากน้ำ นั้นถือว่ามีความสำคัญมาก โดยหากยังไม่มีความรู้ในการใช้งาน “จุ้ย” หรือ “น้ำ” อย่างจริงจัง ขอให้ปรึกษาซินแสผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้ประโยชน์ในการจัดฮวงจุ้ยสูงที่สุด ครับ

Jun 4
PRK เป็นวิธีรักษาสายตาสั้น ยาวโดยกำเนิด หรือเอียงอีกวิธีที่หนึ่ง ที่คล้ายกับวิธีเลสิก แต่แตกต่างกันที่วิธี PRK นั้นจะไม่มีขั้นตอนการแยกชั้นกระจกตา โดยวิธีทำจะเริ่มจาก การขูดผิวกระจกตา (Epithelium) ที่ อยู่ด้านนอกสุดของกระจกตาออกก่อน จากนั้นจะใช้เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ไปปรับความโค้งของผิวกระจกตา วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากระจกตาบาง หรือบุคคลบางอาชีพอย่างไรก็ตาม ระยะเวลาในการฟื้นตัวและการหายของแผลสำหรับวิธี PRK จะนานกว่าวิธีเลสิก มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงกว่า และมีโอกาสเกิดฝ้าหรือแผลเป็นที่กระจกตาได้ นอกจากนี้จำเป็นต้องใช้ยาหยอดตาที่มีสารในกลุ่มสเตียรอยด์หลังการผ่าตัด จึงควรได้รับการติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิดเป็นระยะเวลาหนึ่ง

lasik

Jun 3

ค่ายมือถือปูพรมมือถือ 3G หลังหน่วยงานกำกับไฟเขียวให้ทดสอบใช้บริการ ล่าสุด “ดีแทค” เตรียมเปิดตัวไตรมาสที่สาม พร้อมทุ่มงบการตลาด 100 ล้าน เจาะกลุ่มนักเรียน-เอสเอ็มอี คาดมีจำนวนผู้ใช้บริการ 3,000 ราย ขณะที่เจ้าตลาด เอไอเอส ปักธงรอใบอนุญาตของ กทช.

กทช.ไฟเขียวทดสอบมือถือ3จี ดีแทคเจาะวัยรุ่นAISรอชัดเจน
กทช.ไฟเขียวทดสอบมือถือ3จี ดีแทคเจาะวัยรุ่นAISรอชัดเจน

นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ขณะนี้ คณะกรรมการบริหาร บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ให้สัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้อนุมัติให้บริษัททำการทดสอบเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ HSPA (High-Speed Packet Access: เป็นระบบเครือข่ายมือถือรุ่นที่สาม (3G)พัฒนาความเร็วในการดาวน์โหลด รองรับความสามารถในการส่งผ่านข้อมูลถึง 1.8 เมกะบิตต่อวินาที, 3.6 เมกะบิตต่อวินาที, 7.2 เมกะบิตต่อวินาที และ 14.4 เมกะบิตต่อวินาที) คาดว่าภายในไตรมาสที่สามจะเปิดทดสอบให้บริการ

สำหรับ การเปิดให้บริการในครั้งนี้เป็นเพียงการทดสอบดังนั้นยังมีข้อจำกัดจำนวนผู้ ใช้บริการ เหตุผลที่อยู่ในช่วงทดสอบเนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 (มาตรา 22)

“ดีแทค เพิ่งได้รับอนุมัติเพราะฉะนั้นช่วงจังหวะนี้ทำอะไรต้องระมัดระวัง”

อย่าง ไรก็ตามสำหรับการทดสอบในครั้งนี้บริษัทไม่หวังผลเรื่องรายได้เพราะเป็นเพียง การทดสอบเท่านั้นหากเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ต้องกำหนดอัตราการค่าบริการกัน ใหม่ ส่วนกลุ่มเป้าหมายจับกลุ่มนักศึกษา และ กลุ่มอุตสาหกรรมขนาดเล็กและขนาดกลาง (SME) จำนวน 2,000-3,000 คนเท่านั้น

ด้านนายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิด เผยว่าจากการที่ เอไอเอส เปิดบริการ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สายด้วยเทคโนโลยี HSPA บนคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ตซ์ เป็นรายแรกของประเทศไทย ภายใต้ชื่อ 3GSM advance เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2551 ที่จังหวัดเชียงใหม่ และปลายปีที่ผ่านมาเปิดให้บริการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปรากฏว่าได้รับการตอบรับพอสมควร ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครติดตั้งเครือข่ายครอบคลุมบริเวณโซนพลาซ่า ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และ เอไอเอส ฟิวเจอร์เวิลด์ สยามพารากอน เนื่องจากเป็นพื้นที่ใจกลางเมือง เป็นศูนย์รวมของทั้งนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน

สำหรับการลงทุนโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G หาก กทช.ออกใบอนุญาตได้ภายในปีนี้จะกระตุ้นให้มีการลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้น ถ้ามีใบอนุญาต 4 ใบ ก็จะมีการลงทุนไม่ต่ำกว่า 4-5 หมื่นล้านบาท เพราะโดยเฉลี่ยแต่ละโครงข่ายจะมีการลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในการออกใบอนุญาตของ กทช.ด้วยว่าจะเป็นอย่างไร

Jun 1

Wall Stickers คืออะไร

หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อเหล่านี้มาบ้างแล้ว  Wall Stickers, Wall Art Sticker, pvc stickers, vinyl stickers, Wall decor sticker, สติ๊กเกอร์ตกแต่งห้อง, สติ๊กเกอร์ตกแต่งกระจก, สติ๊กเกอร์ติดผนัง, สติ๊กเกอร์ตกแต่งผนัง

Wall Stickers คืออะไร ..ถ้าแปลกันตรงๆ ก็คือ สติ๊กเกอร์ติดผนัง
Wall Stickers นี้เป็นที่นิยมในเกาหลี และในต่างประเทศ เพื่อใช้ตกแต่งผนัง หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ให้ดูเก๋ไก๋


ยิ่ง ใครที่ต้องการเพ้นต์รูปภาพสวยๆ ลงผนัง  เราก็สามารถติด Wall Stickers นี้แทนได้ ติดได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง หรือเมื่อคุณเบื่อ หรือต้องการเปลี่ยนรูปที่ติดไปแล้วนั้น ก็สามารถลอก Wall Stickers ออกได้อย่างไม่อยากเลย

ส่วนใหญ่ Wall Stickers จากเกาหลีทำจาก PVC ติดได้ทุกพื้นผิว กันน้ำ (ได้ในระดับหนึ่ง) เช็ดถูทำความสะอาดได้ง่าย หรือเมื่อต้องการลอกออกก็จะไม่ทิ้งรอย (ขึ้นอยู่กับคุณภาพของสีที่ทาด้วยค่ะ)

เราสามารถติด Wall Stickers ได้ตามผนังห้องรับแขก, ห้องนอน, ห้องครัว ฯลฯ หรือ ติด Wall Stickers วอลเปเปอร์ กระจก หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ อาทิ ตู้เย็น ตู้บิวอินในครัว บานประคูต่างๆ หรือตู้เสื้อผ้าก็ติดได้ ตามไอเดียหรือความต้องการของคุณเอง


Wall Stickers ทำจากไวนิล Vinyl (สินค้าที่เรานำเข้าจากออสเตรเลีย, อเมริกา)  ตัวสติ๊กเกอร์จะมีความลื่น มันวาว กันน้ำ สามารถติดภายนอกอาคารได้ (ภายนอกอาคารติดได้ประมาณ 5-7 ปี, ภายในอาคารมีอายุตลอดการใช้งาน) และสามารถเช็ดถูทำความสะอาดได้ง่าย หรือเมื่อต้องการลอกออกก็จะไม่ทิ้งรอย (ขึ้นอยู่กับคุณภาพของสีที่ทาด้วยค่ะ)